By admin on June 4, 2009

บทความเกี่ยวกับ Search Engine ตัวใหม่ทางค่าย Microsoft ทางคุณตราวุทธิ์ เขียนอธิบายชัดเจนดี เห็นว่าเป็นประโยชน์
ที่มา:ตราวุทธิ์
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน
หลังจากที่มีข่าวแว่วๆ มาว่าทางค่าย Microsoft จะออก Search Engine ใหม่มา เพื่อให้ต่อสู้กับ Google ได้สมน้ำสมเนื้อยิ่งขึ้น วันนี้ทาง Microsoft ก็ได้เปิดให้เราเข้าไปใช้งาน Search Engine ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Bing แล้วครับ
=> http://www.bing.com
โดยทาง Microsoft พยายามสร้างตัว Bing นี้ให้ดูเหนือกว่า Search Engine ทั่วไป ด้วยการบอกว่า Bing เป็น Decision Engine ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ ได้ข้อมูลที่ต้องการ และสามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป หรือ อีกนัยน์หนึ่งคือ ข้อมูลที่แสดงขึ้นมานี้ จะช่วยให้เราตัดสินใจในเรื่องที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง
ทาง Microsoft บอกว่า ในตอนต้นนี้ Bing จะเน้นหนักในข้อมูล 4 ด้าน คือ
1. ช่วยในการซื้อของ (making purchase decision)
2. ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว (Trip Planning)
3. ค้นหาธุรกิจท้องถิ่น (Finding Local Business)
4. ข้อมูลด้านสุขภาพ (Researching Health Conditions)
โดยถ้าหากเราค้นหาด้วยกลุ่มคำเหล่านี้ เช่น สมมติค้นหาด้วยคำว่า Flight to Hawaii นั้น ผลการค้นหาที่ปรากฏขึ้นมาก็จะมี ราคาตั๋วเครื่องบินที่จะไปฮาวาย ให้เราเลือกตัดสินใจจองตั๋วได้เลย
ซึ่งถ้าหากมองให้ลึกหน่อยจะเห็นได้ชัดว่า แผนการของ Microsoft คือ ต้องการจะให้ Bing กลายเป็น Search Engine ที่เก่งทางด้านการซื้อสินค้าออนไลน์นั่นเอง เพราะหมวดหมู่ที่ Bing เน้นในช่วงต้น ก็เป็น หมวดหมู่ที่มีเม็ดเงินในการซื้อขายสูงมากบนโลกออนไลน์
เพื่อว่าต่อไป เวลาที่คนจะหาซื้อสินค้าอะไร ก็จะเข้ามาค้นหาใน Bing แทนที่จะไป Google ซึ่งผลการค้นหาอันดับต้นๆ ส่วนมากจะเป็นข้อมูลซะมากกว่า
และแน่นอนครับว่า พอคนที่จะซื้อสินค้าออนไลน์ใช้ Bing ในเป็นตัวหลักในการค้นหาสินค้า ผู้ลงโฆษณาจำนวนมาก ก็จะต้องมาลงโฆษณากับ Microsoft adCenter นั่นเอง ก็เป็นแผนที่เข้าท่าไม่ใช่เล่นนะครับ ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า คนจะนิยมใช้ Bing เพิ่มมากขึ้นแค่ไหน
นอกจากนี้แล้ว ทาง Microsoft ก็ได้ใช้ Bing ในการรวบรวมบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มาเป็นหนึ่งเดียวกัน แทนที่จะมีหลายชื่อ เช่น MSN Search, Live Search, Windows Live Search รวมทั้งพวกบริการต่างๆ เช่น Microsoft’s Virtual Earth Mapping ก็เปลี่ยนมาใช้เป็น Bing Maps บริการด้านการท่องเที่ยวก็ใช้ Bing Travel เป็นต้น
เพื่อต้องการให้แบรนด์ Bing นี้ เป็นที่จดจดและนำไปแข่งขันกับ Google ในเชิงออนไลน์ได้นั่นเองครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับ Bing อีกคนครับ ขอให้โตไวๆ
อย่าลืมเข้าไปลองใช้งานกันดูนะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรก็แชร์กันได้เลยนะครับ
แถมท้ายด้วยวีดีโอจะได้เห็นภาพมากขึ้น
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=et0rUzRAXGE&feature=player_embedded[/youtube]
Posted in Internet Knowledge | Tagged Bing, Bing Search Engine, Decision Engine, Microsoft Bing
By admin on June 4, 2009

หลายๆคน อาจจะรู้จัก plug-in ตัวนี้ดี เพราะมันติดมากับ wordpress แต่แรกแล้ว แต่วันนี้ผมจะมาแนะนำ เทคนิคการใช้ plug-in ตัวนี้ร่วมกับ Gmail ทำให้การสำรองข้อมูลเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก่อนที่จะเริ่มขออธิบายก่อนว่า WordPress Database Backup เป็น plug-in ตัวหนึ่งของ wordpress ที่ช่วยสำรองฐานข้อมูลของ wordpress และฐานข้อมูลอื่นๆของเรา แต่หลังจากที่ wordpress ออกเวอร์ชัน 2.1 ซึ่งผนวก cron เข้ามาใน core file ซึ่ง plug-in เวอร์ชันเดิมไม่รองรับ จึงทำให้มันถูกถอดออก แต่ตอนนี้ทางผู้พัฒนา ได้แก้ไขโค้ดให้ทำงานกับ cron ของ wordpress ได้ ทำให้เราสามารถตั้งเวลา แบ็คอัพได้ง่ายๆ โดย
1. ไปดาวโหลด WordPress Database Backup plug-in มาก่อน
2. แตกไฟล์ แล้วอัพโหลดไปไว้ที่ /wp-content/plugins/ แล้วก็ activate plug-in
3. เข้าไปที่ WP admin -> Manage -> Backup
4. เข้าไปจะเป็นส่วนจัดการสำรองข้อมูล ด้านบนจะเป็นการสำรองข้อมูลทันที จะมีตัวเลือก 3 อย่างคือ บันทึกลง server ดาวโหลดมาไว้ที่คอมพิวเตอร์ของเรา และส่งไปที่เมล์ของเรา
5. ด้านล่างจะเป็นส่วนของการตั้งตารางการสำรองข้อมูล จะมีตัวเลือก 4 อย่างคือ ไม่ทำ สำรองข้อมูลทุกชั่วโมง สำรองข้อมูลทุกวัน และสำรองข้อมูลทุกสัปดาห์ ซึ่งผมแนะนำให้เลือก สำรองข้อมูลทุกวัน กำลังดีครับ
6. หลังจากนั้นให้ใส่เมล์ที่จะให้ระบบส่งไฟล์สำรองข้อมูลไปให้ โดยให้ใส่เป็น ชื่อเมล์ของคุณ+dbbackup@gmail.com (Gmail จะไม่สนใจสิ่งที่อยู่หลังเครื่องหมายบวก)
7. พอใส่เมล์เรียบร้อยแล้วก็ submit แล้วไปที่ Gmail ตั้ง filter ให้กรองคำว่า dbbackup จาก ช่อง To: แล้วก็ตั้งให้ Gmail Archive แล้วใส่ label ให้ ซึ่งผมใช้ว่า wpbackup ทีนี้ทุกครั้งที่เมล์ไฟล์สำรองข้อมูล ถูกส่งมามันก็จะถูก Archive แล้วไปอยู่ใน wpbackup label ไม่รก inbox ของเรา
ทีนี้ เราก็จะมีไฟล์สำรองข้อมูลของเราทุกวัน เก็บไว้ในที่ปลอดภัยอย่าง Gmail โดยไม่ต้องมาสั่งสำรองข้อมูลทุกวัน แถมไม่ต้องลบไฟล์สำรองข้อมูลเก่าด้วย เพราะด้วยเนื้อที่ของ Gmail ตอนนี้ คงเก็บไฟล์สำรองข้อมูลได้เป็นสิบปี แต่ผมว่าเดือนนึง ลบไฟล์เก่าทิ้งซักครั้งก็โอเคแล้วครับ
ที่มา:www.rachanont.com
Continue reading “WordPress Database Backup and Gmail Tip”
Posted in Gmail Tips, It News, Wordpress Tips | Tagged Gmail Tips, Wordpress Tips
By admin on May 29, 2009

เห็นถามกันมาเยอะ…ถามกันจัง…ถามมาตลอดทุกปี…ถามไม่หยุดไม่หย่อน วันนี้ผมจะมาไขปัญหานี้ให้กระจ่างกันไปเลย
คำถามส่วนใหญ่มักจะถามกันว่า
- ผมผ่อน เครื่องซักผ้า ไว้แล้วจ่ายต่อไม่ไหว เขาจะมายึดเอาของคืนไหมครับ
- เคยผ่อน โน๊ตบุ๊ค เอาไว้ แต่ได้เอาไปขายแล้ว แล้วตอนนี้ก็ไม่ได้ผ่อนต่อ ทางเจ้าหนี้บอกว่า เป็นคดีอาญา ต้องติดคุก จริงไหมคะ
- ใช้ชื่อของตัวเองทำสัญญาผ่อน TV ให้กับเพื่อนที่อยู่ข้างๆห้องเช่า แต่ตอนนี้เพื่อนหนีหนี้ไปแล้ว เจ้าหนี้เขาโทรมาทวงเอา TV คืน แต่เพื่อนก็ย้ายห้องพร้อม TV หนีไปไหนก็ไม่รู้ ทางเจ้าหนี้ก็บอกว่าถ้าไม่เอา TV มาคืน จะเอาตำรวจมาจับผม จะทำยังไงดีครับ
- ผ่อนตู้เย็นมาได้ 3 เดือนแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ตกงานไม่มีเงินผ่อนต่อ คนโทรมาทวงบอกว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ เขาจำเป็นต้องมายึดเอาของไป ทำได้ด้วยหรือคะ
จะอธิบายให้ฟังละนะ
สัญญาเช่าซื้อ…มีความหมายว่า ลูกค้าไปเอาของๆเขามาใช้ ในลักษณะของการเช่าของ และสัญญาว่าจะจ่ายชำระเงินค่าสินค้านั้นๆ โดยการผ่อนเป็นงวดๆพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามข้อตกลง จนกว่าจะครบตามมูลค่าของสินค้านั้นๆ จึงจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ของสินค้านั้นๆ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้าหรือผู้เช่าซื้อต่อไปได้…หากลูกค้าหรือผู้เช่า ซื้อผิดนัดชำระ(ไม่จ่าย) เจ้าของสินค้าก็ต้องไปยึดเอาของคืนมา…มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
แต่ถ้าเจ้าของตามไปยึดสินค้าแล้ว กลับไม่มีสินค้าให้ยึด เนื่องจากลูกค้าเอาสินค้าของเขาไป ขาย , จำนำ , หรือยกให้กับคนอื่นต่อ…ผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าเขาก็สามารถฟ้องลูกค้าผู้ นั้นให้เป็นคดีอาญา ในข้อหา “ยักยอกทรัพย์ของผู้อื่น” ได้ (ก็เล่นเอาของๆคนอื่น ที่มิใช่ของตนเองไปขายนี่ครับ)
ดังนั้น…การที่จะยึดสินค้าที่กำลังผ่อนชำระอยู่นั้น…ได้…หรือไม่ได้? ก็ต้องให้ไปดูที่ตัว “สัญญา” เป็นหลัก…ว่าเป็น “สัญญาเช่าซื้อ” หรือไม่?
การที่จะใช้คำว่า “สัญญาเช่าซื้อ” ได้นั้น…สินค้านั้นๆจะต้องเป็นทรัพย์สินของเจ้าหนี้มาก่อนตั้งแต่เริ่ม แรกๆเลย แล้วหลังจากนั้นลูกหนี้ก็ไปเอาของๆเขามาใช้ โดยตกลงกันว่า ลูกหนี้จะผ่อนชำระมูลค่าของสินค้าพร้อมด้วยดอกเบี้ย คืนให้กับเจ้าของสินค้าเป็นงวดๆไป ตามข้อตกลง…เป็นไปตามที่ผมได้กล่าวไว้แล้วในเบื้องต้น
แต่ถ้าหากสินค้านั้นๆ ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของเจ้าหนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม…แต่ฝ่ายเจ้าหนี้มันดันไปเขียนไว้ที่หัวของสัญญาว่า “สัญญาเช่าซื้อ”… สัญญาฉบับนั้นๆ ก็จะเป็นอันมิชอบด้วยกฏหมาย และจะเป็นโมฆะต่อไปหากเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี…ดังนั้น ทางฝ่ายเจ้าหนี้ทั้งหลายแหล่ที่เป็นผู้ปล่อยสินค้าประเภทเงินผ่อน โดยทั้งๆที่ตัวมันไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้ามาตั้งแต่เริ่มแรก จึงมักเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “สัญญาเช่าซื้อ” บนหัวกระดาษของสัญญา แต่มันจะเปลี่ยนไปใช้เป็นคำอื่นๆแทน เช่น
เขียนว่าเป็น “สัญญาเงินกู้เพื่อการผ่อนชำระสินค้า” , “สัญญาผ่อนสินค้าเงินเชื่อ” , “สัญญาผ่อนสินค้าส่วนบุคคล” , “สัญญาสินค้าเงินผ่อน” , ฯลฯ…เป็นต้น
สัญญาเหล่านี้ ไม่ถูกจัดว่าเป็น “สัญญาเช่าซื้อ” ตามกฏหมาย แต่ถูกจัดว่าเป็นสัญญาที่ให้กู้เงิน เพื่อใช้ในการจับจ่ายใช้สอย สำหรับการอุปโภคและบริโภคใดๆ…หรือเรียกง่ายๆก็คือว่า “เป็น การปล่อยเงินกู้ให้กับลูกหนี้ก้อนหนึ่ง แล้วหลังจากนั้น ลูกหนี้จะเอาเงินก้อนนี้ ไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือซื้ออะไรก็ได้ ตามความต้องการของทางลูกหนี้…เชิญตามสบาย”
Continue reading “ไขปัญหา “หนี้ที่เกิดจากการผ่อนสินค้า””
Posted in It News | Tagged หนี้ที่เกิดจากการผ่อนสินค้า, ไขปัญหาหนี้
By admin on April 21, 2009

เรามีปัญหาเรื่องการชำระเงินคืนบัตรเครดิตและสินเชื่อต่างๆ เนื่องจากภาระทางครอบครัวมากขึ้นแต่กลับมีรายได้เท่าเดิม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เตรียมระเบิดได้ทุกเมื่อ หากเราเดินทางผิด ที่ผ่านมาเราเอาตัวรอดมาได้หลายปี เช่นโบนัสออกก็เอาไปจ่ายบัตรโน้น บัตรนี้ ก็ยืดระยะเวลาออกไปพอสมควรเท่านั้น หากใครเป็นเช่นเรา ขอให้ลองหาข้อมูลการแก้ไขปัญหาหนี้จากชมรมหนี้บัตรและสินเชือเพื่อเป็นแนวทาง
สัญญาณเตือนว่าเริ่มเข้าสู่ปัญหาหนี้
1.มีบัตรต่างๆในครอบครองมากกว่า 3 ใบ
2.เริ่มจ่ายขั้นต่ำทุกรายการทั้งบัตรเครดิตรและสินเชื่อ
3.เริ่มกดเงินจากอีกบัตรเพื่อมาชำระอีกบัตร
4.เริ่มยืดวันชำระเงินหรือผิดชำระ
5.เริ่มหยิบยืมเงิน เพื่อน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง
6.เริ่มไม่รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆหรือเบอร์ 02 XXX XXXX
7.เริ่มจ่ายแค่บางบัตร
8.เริ่มเศร้าหรือเครียด ในช่วงใกล้เงินเดือนออก
9.เริ่มชำระคืนไม่ได้ทุกใบ
10.เริ่มหาทางออกไม่เจอ
11.คุณเริ่มมีปัญหาหนี้แล้ว
12.คุณต้องอ่านบทความนี้ต่อไป
13.สุดท้ายคุณเริ่มมีปํญหาหนี้สิน (แฮะๆ จริงๆ แล้ว เป็นตั้งแต่ข้อแรกแล้ว เพราะเข้ามาในวงจรการเป็นหนี้แล้ว
ที่บล๊อกเล็กๆ แห่งนี้ขอร่วมเป็นกรณีศึกษา (กับใครหว่า?) เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน และเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ยังเป็นหนี้อยู่ของเจ้าของบล๊อกและจนเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้ จนกระทั่งแก้ไขปัญหาหนี้ได้สำเร็จลุล่วง
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และแสนสาหัสมากนัก เชิญทุกท่านช่วยเป็นกำลังด้วยครับ
Posted in It News | Tagged ปัญหาหนี้, มีปัญหาหนี้, แก้ไขปัญหาหนี้